คิมจียอง เกิดปี 82
ประพันธ์โดย โชนัมจู แปลภาษาไทยโดย ตรองสิริ ทองคำใส
ประพันธ์โดย โชนัมจู แปลภาษาไทยโดย ตรองสิริ ทองคำใส
เมื่อการมีลูกสาวกลายเป็นเรื่อง ‘ซวย’ ในสังคมเกาหลี ส่วนหนึ่งในเนื้อหาของหนังสือเรื่อง “คิมจียอง เกิดปี 82 (82년생 김지영)” เป็นนิยายภาษาเกาหลี ซึ่งประพันธ์โดย โชนัมจู อดีตนักเขียนบทละครโทรทัศน์
หนังสือเล่มนี้สำนักพิมพ์ Minumsa ได้ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม 2016 และแปลภาษาไทยโดย ตรองสิริ ทองคำใส และตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เอิร์นเนสต์ พับลิชชิ่ง ในปี 2019
แม่ร้องไห้และอาเจียนหนักกว่าเก่าจนออกจากห้องน้ำไม่ได้อยู่พักหนึ่ง กลางดึกคืนนั้นเมื่อลูกสาวทั้งสองหลับสนิท แม่ถามพ่อซึ่งกำลังพลิกตัวบนที่นอนว่า
“สมมตินะ สมมติเด็กในท้องฉันเป็นลูกสาวอีก พ่ออึนยองจะทำยังไง”
พ่อพลิกตัวหันหน้าเข้าข้างฝาแล้วตอบแม่ว่า
“เดี๋ยวก็เป็นไปตามปากหรอก เลิกพูดจาพาซวย รีบเข้านอนเสียที”
จากวรรณกรรมเรื่องนี้อธิบายถึงความทุกข์ของผู้หญิงที่ต้องพบเจอกับแนวคิดเหยียดเพศตั้งแต่วัยเด็ก โดยถ่ายทอดผ่านชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘คิมจียอง’ ที่ต้องลาออกจากงานเพื่อดูแลลูกสาวตัวน้อย จนวันหนึ่ง ‘ชองแดฮยอน’ สามีของเธอได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอว่าในบางครั้งเธอก็มีคำพูดคำจาเหมือนคนแก่ บางวันเธอก็มีนิสัยที่คล้ายเด็กเล็กๆ เหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเธอเอง เขาจึงไปปรึกษาจิตแพทย์ และเขาก็ได้พบสาเหตุที่ภรรยาของเขามีอาการแบบนี้ก็เพราะว่าการถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม โดยนำเรื่องเพศมาเป็นตัวกำหนดตลอดช่วงชีวิตของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูที่ให้ความสำคัญกับลูกชายที่มากกว่า การล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน ภาระเลี้ยงลูกอันหนักหน่วงหรือความกดดันมากมายจากการเป็นแม่บ้าน
หนังสือเรื่องนี้จึงสะท้อนให้เห็นความไม่เท่าเทียมทางเพศได้อย่างชัดเจน แต่เรากลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ในบางครั้งผู้หญิงอย่างเราจะถูกเอาเปรียบ ถูกตัดโอกาส และถูกกระทำสารพัดสิ่งที่ไม่เป็นธรรมเพียงเพราะแค่เรานั้นเป็นผู้หญิง เพราะมันเป็นความเคยชินที่ถูกกระทำแบบนี้มาอย่างยาวนานจากค่านิยม ความเชื่อและการถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก นั่นจึงทำให้ความเคยชินคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะเราดำเนินชีวิตโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญของความเท่าเทียมหรือสิทธิที่ควรเป็นของเราภายใต้กรอบของความเคยชิน
“มีคนเรียกฉันว่าปลิงล่ะ”
ฉันคลอดลูกเจ็บเจียนตาย ฉันเลี้ยงแก ยอมทิ้งตัวตนของฉันทุกอย่าง ทั้งหนทางทำมาหากิน งานการ ความฝัน ชีวิต แต่ก็เป็นได้แค่ปลิง
ด้วยเนื้อหาที่ฉายภาพความไม่เท่าเทียมทางเพศในสังคมเกาหลีใต้ออกมาได้อย่างชัดเจนและยังสร้างภาพสะท้อนให้กับผู้อ่านหลายๆคนรวมถึงผู้เขียนได้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตของผู้หญิงอย่างเราก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของคิมจียองเลย นิยายเรื่องนี้จึงได้รับคำชมในการถ่ายทอดการถูกกดทับของเพศหญิงในเกาหลีใต้และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงในเกาหลีใต้อีกด้วย
ถึงแม้จะเกิดกระแสต่อต้านที่ค่อนข้างจะรุนแรงจากอีกฝ่าย แต่หนังสือเล่มนี้กลับได้รับความนิยมสูงในฐานะหนังสือที่ส่องแสงให้กับคติเพศนิยมในสังคมเกาหลีสมัยใหม่และมียอดขายถล่มทลายถึง 2 ล้านเล่มภายใน 2 ปี และเมื่อปลายปี 2019 หนังสือเล่มนี้ก็ถูกนำเนื้อหาไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์เฟมินิสต์ที่สะเทือนสังคมในรอบหลายปี ซึ่งตกเป็นที่สนใจของผู้คนในเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก
นอกจากนั้น ในปี 2020 หนังสือเล่มนี้ได้รับการเสนอรางวัลหนังสือแห่งชาติสาขาวรรณกรรมแปลของสหรัฐและรางวัลเอมีล กีเม สำหรับวรรณกรรมเอเชียของฝรั่งเศสและได้ยังรับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ทั้งหมด 12 ภาษา รวมถึงภาษาไทยอีกด้วย
เมื่อลองหันมามองสถานการณ์ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าเกิดกระแสการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงหรือแนวคิดเฟมินิสต์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากการถูกกดทับและการเผชิญความไม่เท่าเทียมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คิมจียองได้เผชิญมาทั้งชีวิต ดังนั้น หนังสือเรื่อง “คิมจียองเกิดปี 82” เล่มนี้ จึงเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำความเข้าใจและเปิดใจให้กับความทุกข์ของผู้หญิงจากแนวคิดเหยียดเพศ เมื่อคุณได้เข้าใจชีวิตของคิมจียองแล้ว คุณก็จะเข้าใจชีวิตของผู้หญิงทั้งโลกเพราะเราทุกคนคือคิมจียอง
บันทึกโดย